วันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ต้องอ่าน!! เซฟเก็บไว้เลย ของหายาก? คือสุดยอดคาถา ขุนพันธรักษ์ราชเดช

ต้องอ่าน!!  เซฟเก็บไว้เลย ของหายาก?  คือสุดยอดคาถา ขุนพันธรักษ์ราชเดช 


ข้าพเจ้าจะบอกของดีของคุณพ่อสักนิดหน่อย เป็นคาถาป้องกัน ตัวของเขาอ้อ และเป้นยาของชายชาตรี ให้สมกับที่เขาลือกันวาขุนพันธฯ

ต้องมีคาถาดี ใครแก้ได้จะได้ของดีของ ขุนพันธฯ รายการ ฉันท์ทิพย์ลูกปลายแถวใหอานิสงส์เป้นของที่คุณพ่อเรียมาจากคุณปู่ตั้งแต่เด็ก ๆ

เป็นของสำนักเขาอ้อทำให้คุณพ่อตั้งปณิธานเอาไว้ว่าวันหนึ่งต้องเป็นศิษย์เขาอ้อให้ได้ และไม่เคยถ่ายทอดให้ใคร นอกจากลูก..



คาถาขุนพันธรักษ์ราชเดช

เสก นะ ทาทีโสต โม ลงโทษทาชิวหา เสก พุททาหน่วยตา แล้วเสกทา ทาถานัง เสกยะทา กระหม่อม อักขระทั้งมูลเป็นฉะหัง แล้วเสกนะเตชัง

ปะกับไว้เป็นมงคล เสกจบครบทั้ง ห้า อาวุธมาเป็นห่าฝน มิได้เข้าใกล้ตนประสกพ้น อันตราย

ยาดีขุนพันธรักษ์ราชเดช

จักกล่าวยาเข็ด เส้นขดอด?ขาดเด็ดเป็นปี ท่านให้ไปขุดสายหยุดสวยศรี คัดเค้าของดีไม้รึเท้างอ หญ้าครุนจิ้งจายบนขุนเขาหนอ อีกต่อไป

แก่นขี้เหล็กตัวหมอ ใส่หม้อสวยแสน ต้มกินตามแปลน เหมือนแม้วหมุนไว เส้นหดหายเข็ด เรื่อง?แจ่มใส ตำราว่าไว้ไม้กระทู้ทิ่งหลุม..

พระคาถาดำเนินสะดวก สายเขาอ้อห้ามพลาด !!!!!!!!!

วันนี้วันศุกร์ สนุกสนาน อีกทั้งเป็นวันที่พระจันทร์เพ็ญขึ้นเต็มดวง
พอดีผมเปิดไปเจอ พระคาถาดำเนินสะดวก ของท่านพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช จอมขมังเวทย์ในสายเขาอ้อ ที่พี่ๆ หลายต่อหลายท่านรู้จัก ผมเลยหยิบยกนำพระคาถาดี ๆ มาเสนอ สำหรับพี่ๆๆ ที่ชอบในเรื่องของพระคาถา ครับ

พระคาถาดำเนินสะดวก มีใจความดังนี้ครับผม

( ตั้งนะโม ๓ จบก่อนนะ ครับ )

"มะหะตาวิริเยเนปิ มะหันตังปาระมี อะฤๅมนุษย์ษะเทเวหิ

พรัหม เมหิ มะหิตันตัง นะมามิหัง"

ตั้งจิตภาวนา สวด ๑๙ จบครับ

สวดเเล้วดีเรื่องไหน เอ้ามาดูกัน

ท่านพล.ต.ต.ขุนพันธ์รักษราชเดช กล่าไว้ว่า ให้สวดก่อนเดินทางไปไหนมาไหน จะทำให้เดินทางเเคล้วคลาดปลอดภัย จากภัยภยันอันตรายทั้งหลายทั้งปวง เทพเทวดาพระพรหมทั้งหลายจะปกป้องคุ้มครองรักษา เเละเป็นเมตตามหานิยม ครับ

เเละมีเคล็ดอีกอย่างหนึ่งครับสำหรับคาถานี้ที่สามารถนำมาทำเป็นเครื่องราง ได้อย่างสุดยอดชนิดที่ว่า โจรจะดักฆ่ากลับมองหน้าเห็นเป็น ผู้หญิงสาวสวย เฉกเช่นตะกรุดนารายณ์เเปลงรูปครับ เเต่ต้องลงอักขระขอมอีก ๘ ตัว ซึ่งลงอะไรนั้น ก็ขอให้ติดตามเอานะครับ อิอิ

การใช้ คาถา-อาคม ถ้าจะใช้ให้ได้ผลจริง จำเป็นใหมที่จะต้องมีครู
ผมเคยได้ยินว่า ถ้ายังไม่มีครู ก็ ท่องบท สัจจะวาจา(ปกาสิตพระร่วง), บทเบิกพรายปาก, หัวใจพระสังคหะ, บททำน้ำมนเสกใส่ส้มป่อย, คาถาล้างบริสุทธ์ (ของขุนพัน) ฯ
สมาชิก มีความเห็นอย่างไรครับ

หากท่านผู้อ่านต้องการนำพระคาถาในหนังสือนี้ไปใช้ ให้จัดหาดอกไม้ธูปเทียนพร้อมเงิน 12 บาท จัดใส่พาน วางหนังสือ แล้วชำระร่างกายให้สะอาด สวดมนตร์ไหว้พระ พอจิตใจสงบแล้วให้ท่องนะโมสามจบ แล้วกล่าวคำบูชาครูดังต่อไปนี้

บทไหว้ครู

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ( 3จบ)

"วัตถิตตะวา ครูอาจาริยะ ปาทังสัพพะ อันตะรายัง วินาสสันติ สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง

สิทธิการิยะ ตะถาคะโต สิทธิลาโภ นิรันตะรัง สิทธิเตโช ชะโยนิจจัง สัพพะกัมมัง ประสิทธิเม สัพพะสิทธิ อิทธิฤทธิ ประสิทธิเม สวาหะ."

ข้าพเจ้าขอบูชา คุณพระรัตนตรัย พระอรหันต์ทุกพระองค์ คุณบิดร มารดา คุณครูบาอาจารย์ คุณหลวงปู่ทวด หลวงพ่อโต หลวงปู่เอี่ยม ปฐมนาม หลวงพ่อกุน วัดพระนอน หลวงปู่เอี่ยมวัดหนัง หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อโศก หลวงพ่อสี วัดปากคลองบางครก หลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อม หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส หลวงพ่อปานวัดบางนมโค หลวงพ่อฤษีลิงดำ หลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง ครูบาอาจารย์สำนักเขาอ้อทุกท่าน พระคเณศ องค์พรหม องค์เทพ เทวาทุกสรวงสวรรค์ชั้นฟ้า องค์พ่อแก่ บรมครู ปู่ฤาษี108 ท่านอาจารย์ชุม ไชยคีรี ผู้ศักดิ์สิทธิ์ ท่านอาจารย์ณัฎฐเดชผู้เรืองเวทย์แห่งสำนักกุญแจไสยศาสตร์ ท่านอาจารย์วิสัย ฆราวาสผู้เรืองเวทย์ เกจิอาจารย์ทั้งหลาย ผู้เรืองฌาน เรืองเวทย์ ครูไสยเวทย์ทั่วประเทศ เขตแคว้น พระเจ้าแผ่นดิน ทุกๆพระองค์ วีรบุรุษ วีรสตรีทุกท่าน ท่านผู้มีพระคุณทั้งหลาย

ข้าพเจ้าขอบูชาท่านด้วยความเคารพนับถือท่านเป็นครูบาอาจารย์ ขอดวงจิตดวงวิญญานของท่านทั้งหลายโปรดรับรู้ด้วยเถิด

ข้าพเจ้าชื่อ(ชื่อของท่าน)??.ขอนำบทพระคาถาอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ไปใช้ให้บังเกิดประโยชน์ ขอท่านครูบาอาจารย์เจ้าทั้งหลายเหล่านี้และครูบาอาจารย์เจ้าของพระคาถาโปรดอนุญาติด้วย และขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดช่วยดลบันดาลนำกุศลของข้าพเจ้าตั้งแต่อดีตชาติถึงปัจจุบัน นำส่งมอบให้ท่านครูบาอาจารย์เจ้า เทพเทวา ท่านผู้มีพระคุณทั้งหลายที่เอ่ยถึงด้วยเถิด.

เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถนำคาถาต่างๆในหนังสือนี้ไปท่องสวดได้ตามใจปราถนา ขอให้อยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา อย่าใช้คาถาในทางผิดศีลธรรม อย่าใช้เพื่อแย่งชิงของๆคนอื่น หรือผิดทำนองคลองธรรม แค่นี้ท่านก็สัมฤทธิผลแล้ว (นำเงิน 12 บาท ไปทำบุญตักบาตรอุทิศให้ครูบาอาจารย์ทั้งหลายอีกครั้ง ทุกครั้งที่ทำบุญมากน้อยให้ระลึกถึงว่าขออุทิศบูญนี้มอบให้ครูบาอาจารย์และเทพเทวาทั้งหลายด้วยเถิด?..)

พระคาถามหาเศรษฐี (ของพระพุทธเจ้า)

ตั้งนะโม 3 จบแล้วว่า

"อัตตะ ทัตถัง ปะรัตเถนะ พะหุนาปิ นะหาปะเย
อัตตะ ทัตถะ มะภิญญายะ สะทัตถะ ปะสุโตสิยา"
พระคาถานี้เป็นพระคาถาโบราณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรงอานุภาพแห่งพระคาถานี้โบราณท่านว่า คนยากจน จะกลายเป็นคนชั้นกลาง คนชั้นกลางจะกลายเป็นเศรษฐีได้ หากตั้งใจจริงย่อมร่ำรวยได้ ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า เคล็ดลับของพระคาถานี้คือ

1.ผู้ใดหมั่นท่องพระคาถานี้ก่อนนอน ทุกคืนอย่าให้ขาด จำนวน 1,009 คืน (ประมาณ 2 ปี 9 เดือน 9 วัน)ติดต่อกันอย่าให้ขาด ถ้าลืมท่องคืนใด คืนหนึ่ง ให้ตั้งต้นนับ 1 ใหม่

2.ให้ท่องพระคาถานี้ ตามกำลังวัน คือ -วันอาทิตย์ให้ท่อง 6 จบ -วันจันทร์ให้ท่อง 15 จบ -วันอังคารให้ท่อง 8 จบ -วันพุธให้ท่อง 17 จบ (ถ้าท่องหลังหกโมงเย็นไปแล้วให้ท่อง 12 จบ เพราะถือว่าเป็นวันพระราหู) -วันพฤหัสบดีให้ท่อง 19 จบ -วันศุกร์ให้ท่อง 21 จบ ?วันเสาร์ให้ท่อง 10 จบ เคล็ดลับ สำคัญมี 2 วิธี ใครถนัดแบบไหนให้เลือกแบบนั้น

พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า (ของหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง)

ให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วว่า

"อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโส ตัง พุทธะปิติอิ"
พระคาถานี้มีคุณสมบัติอัศจรรย์ 108 ประการ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนังท่านมอบให้รัชกาลที่5 ตอนเสด็จประภาสยุโรป ซึ่งท่านได้ใช้เสกหญ้าให้ม้าพยศกินจนชาวต่างชาติทึ่งและยอมรับมาแล้ว พระคาถานี้ ใช้ภาวนาก่อนนอน ก่อนเดินทาง ก่อนขับรถ คุ้มครองตัว เสกก่อนคล้องพระครอบหัว เสกภาวนาจนจิตนิ่งทำน้ำมนต์แก้เสนียดจัญไรคุณไสย เสกข้าวกินอยู่ยงคงกระพัน เสกภาวนาให้ตัวเองมีสง่าราศี เมตตามหานิยมแก่ผู้พบเห็น เสกแป้ง เสกเครื่องแต่งกายได้สารพัด ครูอาจารย์ใช้เสกพระ เสกเครื่องรางของขลังมีฤทธิเดชมากมายมหาศาล แล้วแต่จะกำหนดจิตและอธิษฐานในการใช้ เมื่อได้พบได้เจอแล้ว ถือว่ามีวาสนา ท่องจำให้ขึ้นใจ ภาวนาทุกเช้าค่ำเถิด พลานุภาพมากมายเหลือคณานับ.

คาถาบูชา พระสีวลี

ตั้งนะโม 3 จบ แล้วว่า
"สีวะลี จะมะหาเถโร เทวะตานะ ระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทัมหิ
สีวลี จะมะหาเถโร ยักขาเทวา ภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทัมหิ
อะหัง วันทามิตัง สะทา สีวะลี เถรัตสะ เอตัง คุณัง สวัสดิลาภัง ภะวันตุเม."
ท่องทุกวันๆละ 3 จบหรือ 7 จบ ให้เป็นประจำ อธิษฐานขอโชค ขอลาภ ค้าขายดี ท่องยังไม่ได้ ก็อ่านเอา เดี๋ยวจำได้เอง แต่ต้องมีสมาธิ หากต้องการให้สำเร็จไวๆให้ถือศีลห้า ตักบาตรทุกวัน หรือทำสังฆทาน บริจาคช่วยเหลือคนยากไร้ต่างๆ จะส่งเสริมให้ร่ำรวย ชาตินี้มีกินมีใช้ไม่รู้จักหมดจักสิ้น.

วิธีบูชาพระสีวลี ให้บูชาด้วย ดอกไม้สีขาว ,ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมหรือดอกบัว ครั้งละ 3-5-9 ดอกหรือใช้น้ำสะอาดลอยด้วยดอกมะลิ 1 ถ้วย ธูป เทียน ถ้าสะดวกก็จุด หากไม่สะดวกให้บูชาด้วยความศรัทธาเลื่อมใสจากใจจริงและดวงจิตที่สงบก็ศักดิ์สิทธิ์มากแล้ว ควรถวายน้ำผึ้งใส่ถ้วยเพิ่มให้ท่านเป็นพิเศษในวันพฤหัสก็ยิ่งดีมาก

พระสีวลีในอดีตชาติได้ถวายน้ำผึ้งแด่พระวิปัสสีพุทธเจ้า ชาติสุดท้ายนั้น ท่านเกิดเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ามหาลิจฉวีและพระนางสุปปวาสาเทวี เมื่อตอนท่านอยู่ในพระครรภ์ของมารดา สามารถนำลาภสักการะมาให้พระมารดาเป็นอันมาก โดยมีคนนำเครื่องบรรณาการ ถึง500 อย่างมาถวายทุกเช้าเย็น จนเป็นที่เลื่องลือว่า ตั้งแต่พระนางตั้งพระครรภ์ก็บังเกิดเป็นลาภผลมากมาย แสดงว่าโอรสในพระครรภ์ต้องเป็นผู้มีบุญญาธิการสูงส่ง

เมื่อพระสีวลีออกบวช ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์และเป็นผู้ที่มีลาภสักการะมากมายเหลือคณานับไม่ว่าไปที่ใด ก็มีผู้คนนำข้าวปลาอาหารอย่างดีมาทำบุญอยู่ตลอดแม้แต่ในที่กันดาร หากท่านเดินทางไปเยือน มีทั้งคนและเทวดามาทำบุญถวายข้าวปลาอาหารสิ่งของต่างๆอย่างเนืองแน่น พระภิกษุรูปอื่นๆที่ไปด้วยก็ได้อานิสงค์ไปด้วย จนพระพุทธเจ้าได้ยกย่องพระสีวลีเถระว่า เป็นพระอรหันต์ผู้ที่เป็นเลิศด้วยลาภสักการะยิ่งกว่าพระภิกษุองค์ใดในสมัยพุทธกาล

เรื่องราวของท่านนั้นเป็นจริงดังปรากฏอยู่ในคัมภีร์ทางพุทธศาสนา คัมภีร์อินเดียโบราณ คัมภีร์เก่าแก่ของพม่า มอญและขอมเป็นต้น โดยมีความเชื่อตรงกันว่า หากผู้ใดสักการะ บูชาพระสีวลีหรือรูปเหมือนพระสีวลีเป็นประจำ ย่อมทำให้ผู้นั้น ชีวิตมีแต่ความเจริญก้าวหน้า ประสบแต่โชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา ผู้คนยกย่องสรรเสริญ รอดพ้นจากอันตรายด้วยอำนาจบารมีขององค์พระสีวลีปกป้องรักษา

คาถาบูชาพระอุปคุตหรือพระบัวเข็ม
ตั้งนะโม 3 จบแล้วว่า

จิตติ จิตติ ริตติ ริตติ มิตถิ มิตถิ เอหิมะมะ ปทุมมะ
พุทโธนานา ปรามี สัมปันโน อิติปิโส ภะคะวา มะอะอุ เมตตาจะมหาราชา
สัพพะสุขัง มหาลาภัง สัพพะโกรธัง วินัสสันติ อะหังวันทามิ สัพพะทา.
ให้สวด 3-5-7-9 จบหรือสวดเท่าอายุของผู้สวดก็ได้ เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วคลาดปลอดภัย มีโชคลาภ สวดทุกวันปลดหนี้ปลดสินได้

พระอุปคุตคือพระเถระรูปหนึ่งเกิดหลังพุทธกาลสองร้อยกว่าปีในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ท่านมีฌานสมาบัติสูงส่ง สถิตอยู่ณ.ท้องมหาสมุทร มีฤทธิเดชมากมาย ได้รับความเคารพนับถือแพร่หลายในประเทศ พม่า มอญ เขมร และชาวไทยล้านนา ภาคเหนือของไทย

มีประวัติเล่าว่าชาวพม่าได้ใส่บาตรพระอุปคุตแล้วกลายเป็นเศรษฐี จึงมีประเพนีที่ตักบาตรในวันเพ็ญที่ตรงกับวันพุธ เพราะวันนั้นพระอุปคุตจะออกมารับบิณฑบาตร และถึงแม้จะไม่ได้ตักบาตรพระอุปคุตเพียงแต่ท่านมีรูปพระอุปคุตไว้บูชาสักการะ ท่องคาถาบูชาก็จะเกิดผลานิสงส์ได้ผลบุญเดียวกัน

ด้วยเหตุที่ท่านจำศีลอยู่กลางสะดือทะเลจึงจัดตั้งรูปของท่านให้อยู่ในพาชนะหรือพานรองที่ล้อมรอบด้วยน้ำอันเต็มบริบูรณ์ ประหนึ่งว่าท่านจำศีลอยู่ในทะเล แล้วลอยด้วยดอกมะลิอันมีกลิ่นหอมคือให้บูชาท่านด้วยดอกมะลิ การสักการะบูชาท่องคาถาได้ทุกวัน แต่เน้นเป็นพิเศษในเช้าวันพุธขึ้น 15 ค่ำ (วันเพ็ญ) เพราะเชื่อกันมาแต่โบราณว่าท่านจะออกมาบิณฑบาตร ผู้ใดหมั่นหมั่นท่องคาถาบูชาพระอุปคุตอยู่เป็นประจำ จะทำให้เกิดสิริมงคล อุดมไปด้วยโชคลาภ ทรัพย์สินเงินทองเพิ่มพูนมากมาย อีกทั้งยังเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม มีตบะ มหาอำนาจ ศัตรูผู้คิดร้ายเกรงกลัวและพ่ายแพ้ ทำให้หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง มีอานุภาพคุ้มครองขจัดปัดเป่าเภทภัยต่างๆให้มลายหายไปสิ้น.(ชมภาพพระอุปคุตได้ในท้ายเล่ม)

พระคาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์

ก่อนสวดให้ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ครูผึ้ง หลวงพ่อปาน วัดบางนมโคและหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
(ตั้งนะโม 3 จบ )
( พระคาถาบทนำว่าครั้งเดียว)
"พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ"
พระคาถาพระปัจเจกโพธิ์
"วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา
วิระอิตถิโย พุทธัสะ มานีมามะ พุทธัสะ สวาโหม"

พระคาถาของพระปัจเจกโพธิ์นี้ ท่านพระครูวิหารกิจจานุการ(หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค) เป็นผู้ได้ไปเรียนมาจากครูผึ้ง เวลานั้นครูผึ้งอายุได้ 99 ปี เมื่อพ.ศ.2472 ท่านเรียนมาแล้วได้ปฏิบัติเห็นผลมามาก ถึงคนๆอื่นที่ท่านให้เรียนต่อ นำเอาไปปฏิบัติตามก็ได้บังเกิดผลมาแล้วมากหลาย ผู้ที่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระคาถานี้ ต้องเป็นผู้ที่ใส่บาตรแก่พระภิกษุสงฆ์อยู่เสมอ เป็นนิจ แม้แต่ 1องค์ขึ้นไปมิได้ขาด รักษาศีล 5 หรือศีล 8 หมั่นสวดมนต์และว่าพระคาถานี้ด้วย เวลาเช้าตื่นนอนว่า 3-5-7-9 จบ(หมายความว่าผู้ใดยินดีปฏิบัติพระคาถากี่จบก็ได้ เช่น จะว่า3 จบ 5 จบ 7 จบ 9 จบเป็นต้น แต่การว่าต้องว่าเสมอกันไป จะว่าน้อยๆ มากๆ สลับกันไปไม่ได้ จะไม่เกิดผลเลย แต่พยายามว่าจบที่น้อยไปหามากได้เป็นดี ทำให้เห็นผลเป็นระยะ แล้วจึงค่อยกระเถิบมากขึ้นเป็นลำดับ)

เมื่อจะใส่บาตรให้ระลึกถึงพระรัตนตรัยก่อนแล้วจึงจบขันข้าว และให้ว่าพระคาถานี้ 3 -5-7-9จบเมื่อใส่บาตรเสร็จแล้วให้ระลึกถึงพระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และพระปัจเจกโพธิ์ ครูผึ้ง อาจารย์เนียร ตลอดจนถึงหลวงพ่อปานวัดบางนมโคเป็นที่สุด ขอให้จงมาโปรดข้าพเจ้าด้วย แล้วหาน้ำที่สะอาดมากรวดน้ำ เพื่ออุทิศส่วนบุญและกุศลไปถึงปู่ย่าตายาย บิดามารดา และญาติมิตรสหายที่ล่วงลับไปแล้ว ตลอดถึงผู้มีพระคุณทั้งหลาย

เวลาค่ำบูชาพระสวดมนต์แล้ว ว่าพระคาถานี้อีก 3-5-7-9 จบเวลาเข้านอนกราบพระในที่นอนแล้วว่าคาถานี้อีก 3-5-7-9 จบ และถ้าใครปฏิบัติดังนี้ทุกวันเป็นนิจ จะมีลาภและมีความสุขความเจริญ เพราะหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จะโปรดบุคคลทั้งหลายทั่วไปที่ยากจนขัดสน เพื่อให้พ้นทุกข์จากความอดอยาก แต่ท่านห้ามประพฤติความชั่ว ต้องรักษาศีล 2 ข้อที่สำคัญที่สุดให้ได้แน่นอนก่อนปฏิบัติพระคาถานี้ คือศีลข้อ 2 ของศีล 5 คืออทินนาทาน เว้นจากการลักทรัพย์หรือหยิบฉวยสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่อนุญาตมาเป็นสมบัติของตน กับศีลข้อ 5 ของศีล 5 คือเว้นจากการดื่มเสพสุรายาเมาทุกชนิด กับห้ามใช้ในทางมิจฉาชีพทุกชนิด และการพนันต่างๆด้วย หรือถ้าผู้ใดรักษาศีล5ได้ทั้งหมดก็ยิ่งดี

ผู้ใดประพฤติได้ดั่งนี้แล้ว จงปฏิบัติตามพระคาถาของพระปัจเจกโพธิ์ จะเห็นคุณในไม่ช้าเพียงเวลา 6 เดือนก็ทราบได้ ถ้าใครทำนานๆได้หลายปีก็จะมีความสุขดียิ่งขึ้นไปทั้งชาตินี้และชาติหน้า ใครได้ปฏิบัติตามจงกระทำใจของตนให้ผ่องแผ้ว ระลึกถึงพระรัตนตรัยและพระปัจเจกโพธิ์ ให้เที่ยงแท้(อย่าได้ระแวงหรือสงสัย)

(คัดมาจากหนังสือคำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง เล่ม6 ปี 2547 โดย พระราชพรหมยาน(มหาวีระ ถาวโร) วัดจันทาราม(ท่าซุง)อ.เมือง จ.อุทัยธานี)

คาถานี้มีความศักดิ์สิทธิ์นักแล เมื่อจะนำเงินเข้าเก็บและนำเงินออกมาใช้ ให้ว่าคาถานี้ทุกครั้งตามจำนวนที่เคยว่าอยู่ เช่นปกติเคยว่าอยู่7 จบ เมื่อนำเงินเข้าเก็บก็ให้ว่า 7 จบก่อน เมื่อจะนำออกมาใช้ก็ให้ว่า 7 จบเช่นเดียวกัน หากไม่สะดวกที่จะใส่บาตรพระทุกวันให้นำเงินมาว่าคาถานี้แล้วใส่ในบาตรจำลองที่บ้านทุกวัน เมื่อมีเวลาก็นำเงินไปถวายพระเป็นค่าภัตตาหารแก่ทางวัดก็ได้

หรือหากใครทำเป็นกรรมฐานได้ยิ่งดีโดยกำหนดลมหายใจเข้าออกไปพร้อมๆกันด้วยว่าคาถาช้าๆตามสบาย ทำได้ตลอดเวลาทั้งวัน ไม่ว่าจะนั่ง เดิน ยืน นอน หรือก่อนนอนทำสัก5นาทีแล้วค่อยๆเพิ่มตามลำดับ พอจิตใจสบายแล้วค่อยหลับจะภาวนาจนหลับไปเลยก็ได้ ท่านว่าการค้าการขายดี ลาภผลเงินทองจะหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย.

คาถาเสกข้าวกิน(พระเจ้า 16 พระองค์)

ก่อนกินข้าวคำแรก ให้ตั้งนะโม 3 จบระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยคุณพ่อแม่ คุณครูอาจารย์ คุณพระแม่โพสพ ฯลฯ แล้วท่องว่า
"นะมะ นะอะ นอกอนะกะ กอออ นออะ นะอะ กะอัง
อุมิ อะมิ มะหิ สุตัง สุนะ พุทธัง อะสุ นะอะ."
เสกข้าวกินสามคำ สามเดือน จะอยู่ยงคงกระพัน เสกข้าวกินสามคำเป็นเวลา2 ปีกระดูกจะเป็นทองแดง เป็นยอดวิชาชาตรี สิทธิการิยะ พระอาจารย์ แต่งอุปเท่พระคาถาบทนี้ไว้ให้เป็นทานแก่สมณะชีพราหมณ์ กุลบุตรทั้งปวง พระคาถานี้เรียกว่าธัมมะราชาจัดเป็นใหญ่กว่าคาถาทั้งปวง สารพัดกันอันตรายทั้งปวง คุณผีคุณคน ก้างติดคอเสกน้ำให้กิน เสกข้าวเสกน้ำกิ นทุกวันอยู่คงแก่อาวุธทั้งปวง ถ้าเสกกินอยู่ 3 ปี อยู่คงทั้งร่างกายจนกระทั่งถึงกระดูกแล อยากให้คงถึงบริวารในบ้าน ให้เอาดินสอพองเขียนพระคาถานี้ใส่กระดานชนวนแล้วให้เสก ๑๐๘ ที ลบผงนั้นใส่ตุ่มข้าวเสกทับอีก ๗ ที จงคนเสียให้ทั่ว หุงกินแล้วคงทนทั้งเรือน เสกไคลพระเจดิย์อมไว้คงทนยิ่ง หากหลงป่าเสกใบหมากเม่ากิน จะสามารถอดข้าวได้ ๗ วัน ถ้าศัตรูไล่มาให้เสกกิ่งไม้ขวางทางไว้ ศัตรูจะเห็นเป็นขวากหนามกั้น ทำให้ตามมิทัน ถ้าขโมยเอาของไปจะมิให้มันหนีรอด เอาพระคาถานี้ลงไม้กาหลงหรือใบไม้ทั้งปวงก็ได้ เสก แล้วนำไปฝังตรงที่มันขโมยของไปมันจะมิไปไหน เดินวนเวียนอยู่ในที่นั้นเองหาทางออกมิเจอ ถ้าจะให้มันเจ็บเท้า ให้เสกหนามแหลมแทงรอยตีนมัน จะเป็นที่ส้นหรือกลางตีน มันไปมิได้ ให้เจ็บเหมือนเหยียบขวากหนามแล พระคาถาบทนี้ฝอยนั้นว่ากันว่าท่วมหลังช้าง แล.(คัดลอกจากต้นฉบับตำราเก่า)

คาถาบูชาแม่นางกวัก

ตั้งนะโม 3 จบ แล้วว่า

"โอม ปู่เจ้า เขาเขียว มีลูกสาวคนเดียว ชื่อว่านางกวัก ใครเห็น ใครรัก ใครเห็น ใครหลง

จงนำเงินทอง ข้าวของ มาให้แก่กูผู้เดียว มานิ มามา"

นางกวัก หรือขุนหญิงกวักทองมา หรือพระศรีอุมา หรือพระเทวีสุชาดา ท่านมีหลายชื่อ แล้วแต่ตามตำนานหรือตามยุคสมัยหรือตามแต่บูรพาจารย์ผู้สร้างท่านจะกำหนด ซึ่งต่างได้ออกแบบสร้างขึ้นเป็นที่เคารพบูชาถือเป็นเจ้าแม่แห่งโชคลาภทรัพย์สิน ได้เป็นหลักฐานยืนยันแต่ครั้งโบราณกาลถึงปัจจุบันว่า นางกวักนี้เป็นหญิงไทยที่มีคนเคารพบูชาบวงสรวง มากที่สุด ท่านที่ได้ตาทิพย์หรือจักขุญาณบอกว่า เมื่อติดต่อกับกายทิพย์ของท่านนางกวัก ทราบว่าทรงมีพระนามว่า พระศรี หรือสุชาดา(พระศรีนี้องค์เดียวกันกับที่คนไทยโบราณเชิญลงประทับเล่นฟ้อนรำแม่ศรีตามประเพณีครั้งเก่าก่อน)

คาถานี้เป็นฉบับย่อ ใช้ท่องบูชาแม่นางกวัก ทำน้ำมนต์พรมของขาย หรือภาวนาระหว่างขายของก็ได้ ดีนักแล.หากต้องการให้ได้ผลสุงสุด ทุกครั้งที่ท่านทำบุญให้อุทิศบุญกุศลที่ทำให้แม่นางกวักด้วย ท่านจะได้ช่วยให้ค้าขายดี ร่ำรวยรุ่งเรือง ตลอดไป.

คาถาบูชาพระราหู

ตั้งนะโม 3 จบ แล้วว่า

"ยัส สา นุส สะระ เณ นาปิ" (ท่อง 12 จบ)
แล้วอธิษฐานว่า หากข้าพเจ้ามีเคราะห์ข้าพเจ้าขอคุณพระศรีรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง โปรดคุ้มครองข้าพเจ้าให้แคล้วคลาดปลอดภัย สุขภาพแข็งแรงและให้ข้าพเจ้าเจริญด้วย การงาน การเงิน การค้า การขาย ด้วยประการทั้งปวงเทอญ.ใช้ท่องได้สำหรับทุกคนทุกท่านไม่ว่าจะเกิดวันอะไร ท่องทุกวันยิ่งดี.หากต้องการให้ได้ผลสูงสุด เมื่อท่านทำบุญ สวดมนต์ นั่งกรรมฐานแล้วขออุทิศบุญกุศลที่ทำทั้งหมดให้พระราหูท่านด้วยจะยิ่งดีมากขึ้น เปรียบเสมือนคุณได้เข้าไปในกระแสบุญของพระโพธิสัตว์พระราหูนั่นเอง

อันว่าพระราหูนั้นมีผู้เข้าใจผิดมากมายกล่าวหาว่าไปหลงไหว้ยักษ์มารทำไม จะขอบอกว่าคนที่พูดมิได้รู้หรือศึกษาอย่างลึกซึ้งจริงจัง พูดขึ้นมาจากสิ่งที่เห็นและรู้สึกเท่านั้น

แท้จริงแล้วพระไตรปิฏกในพระพุทธศาสนาได้กล่าวไว้ว่า หลังจากที่พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันทรงปราบพยศพระราหูได้แล้ว ได้ทรงพยากรณ์ว่า ในอนาคตพระราหูจะบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้านามว่า พระนารทพระพุทธเจ้า นับเป็นองค์ที่ 5 ถัดจากพระศรีอาริยเมตไตยพุทธเจ้า จากคติดังกล่าวนี้นับได้ว่า ในปัจจุบันนี้ท่านพระราหูนั้น มีฐานะเป็นพระโพธิสัตว์ และบรมโพธิ์สัตว์ ที่กำลังสร้างบารมีสะสมเพื่อที่จะได้ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไปในอนาคต ดังนั้นพวกเราชาวพุทธทั่วไปสามารถกราบไหว้ บูชาท่านได้ในฐานะพระโพธิสัตว์ผู้ทรงฤทธิ์ มิได้ผิดแต่ประการใด

คาถาหัวใจพระพรหม

ตั้งนะโม 3 จบ แล้วว่า

"พรหมาจิตตัง ปิยังมะมะ นะชาลีติ นะมะพะทะ นะมะอะอุ เมกะมุอุ"
ปัจจุบันศาลหรือวิหารพระพรหมมีอยู่ทั่วไป และเป็นที่นิยมในการกราบไหว้บูชา ขอพร บนบานต่างๆเพราะมีความเชื่อว่าองค์พระพรหมสามารถลิขิตชะตาชีวิตของมนุษย์ได้ ท่านสามารถใช้คาถาหัวใจพระพรหมนี้ สวดบูชาพระพรหม ที่บ้าน อาคาร ตึก หมู่บ้าน คอนโด สำนักงานที่ทำงานหรือตามศาล เทวาลัยต่างๆ หากสวดบูชาอยู่กับบ้านก็ได้ เมื่อทำบุญทุกครั้ง อุทิศกุศลให้ท่านด้วยยิ่งดี คาถานี้ภาวนากี่ครั้งก็ได้ จนจิตสงบ มีอานุภาพครอบจักรวาล ด้านค้าขายโชคลาภดีขอพร ใช้เป็นคาถาเพื่อสื่อจิตกับท่านในการขอพร บนบานศาลกล่าวได้

พระคาถาของเสือมเหศวร (พระคาถาคงกระพัน แคล้วคลาด)

"พุทธังคงหนัง ธัมมังคงเนื้อ สังฆังคงกระดูก พุทบังไฟ โธบังรูป ธาปิดปากกระบอก ยะไม่ออก อุดโธ อุดโธ"

ในเรื่องนี้ ทางเราเห็นว่าเป็นศาสตร์ที่ลี้ลับอย่างหนึ่ง จึงเอาขึ้นไว้ในหัวข้อคาถาอาคมมนต์ทุกชนิดบนเวบของเรา โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำการวิจัยศึกษาต่อไปอย่างเป็นวิทยาศาสตร์
ในเรื่องการปลุกพระเรามีประสบการณ์ และพูดไปตามประสบการณ์ และรอ ๆ ฟังคนอื่นว่ามีประสบการณ์มาอย่างไร การที่คุณตั้งประเด็นขึ้นนี้ นับว่าน่าขอบคุณมาก เอาละ โดยทฤษฎี
การปลุกพระ ทดสอบคุณวิเศษของพระเครื่องนั้น คือทดสอบพลัง เป็นพลังเย็น เป็นนามธรรมก่อน แล้วนามธรรมนั้นเข้าครอบงำรูปธรรม และแสดงพลังออกมาทางรูปธรรม

คนจะปลุกพระ ประการแรกต้องมีสมาธิเป็นพื้นฐาน ถ้าไม่มีสมาธิอาจจะไม่ปรากฎผลอะไรเลย แต่ผู้ใดมีสมาธิดีจะปรากฎ จะทดสอบพลังของพระเครื่องได้ดี

วิธีที่แนะนำไว้นั้น คือให้คาถาบริกรรมว่า

นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ

เราบอกว่า เป็นคาถาปลุกพระ

วิธีทำ เบื้องต้น ทำกาย จิต วจีกรรมให้ผ่องแผ้ว บริสุทธิ์

แล้วอธิษฐานนั่งสมาธิ เอาพระเครื่องใส่ในมือหลวม ๆ สบายสบาย เดินสมาธิ(คือให้เกิดความปกติทางจิต อย่าให้วอกแวก ขึ้น ๆ ลง ๆ ให้ราบเรียบและเดินไปในปกติอยู่เช่นนั้น)ช้า ๆ
แล้วเริ่มบริกรรมช้า ๆ ก่อน นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ ว่าไปเร่อย ๆ ทำใจสบาย ๆ แล้วจะเริ่มเคลิ้ม ตรงนี้หมายถึงจิตกำลังเข้าภวังค์ และจะไปเชิ่อมกับคุณวิเศษภายในพระเครื่อง
ให้รักษาสติไว้ คือรู้ตัวว่าอยู่ในอาการเคลิ้มนั้นและให้ดำรงสภาวะเคลิ้มนั้นเดินสมาธิต่อไป

พลังจากพระเครื่องก็จะแผ่มาเชื่อมเข้าในระหว่างนี้แหละ

ที่บริกรรมอยู่ช้า ๆ ก็จะเร่งเร็วขึ้น ๆ ระวัง ต้องรักษาสติให้รู้ตัวอยู่ให้ได้ว่าอะไรเป็นอะไรอยู่

แล้วมือจะสั่นขึ้น เกร็งและกำพระเครื่องแน่นขึ้น ต่อไปมือจะโยก ขึ้นลง ขึ้นลง ขึ้นลง เหงื่ออาจจะออกมาท่วมมือ หรือรักแร้ หรือขุมขนทั่วไป

แค่นี้ก็คงเพียงพอแล้ว เพราะพลังแสดงออกมาให้เห็น พอสังเกตได้ด้วยสติสตังของเราเองว่าพลังขนาดใดควรจะพอ หยุด

หากมิเช่นนั้น พลังจะแสดงเกินไปกว่านี้ ตัวจะร้อน และการโยกจะแรง ต่อไปก็จะยงโย่ขึ้นโยกขึ้นโยกลง และที่สุด ต้องเคลื่อนตัวเอง ถ้าเสียสติ ควบคุมสติไม่ได้แล้วก็จะเตลิดวิ่งไปเพราะนิ่งอยู่ไม่ได้แล้ว ต้องเคลื่อนไปตามอำนาจพลังนามธรรมที่มาแทรกคุมรูปธรรม คือกายของเรา ตอนนี้เพื่อน ๆ ที่อยู่ด้วยต้องเข้าปล้ำควบคุมตัวไว้เอาพระเครื่องออกจากมือ ก็จะหยุดก็คงเพียงพอสำหรับการทดสอบคุณวิเศษของพระเครื่อง ๆ ขอให้ทำการบันทึกผลการทดลองกับพระเครื่ององค์อื่น ๆ ไว้ด้วย และอีเมลมาให้ทราบบ้าง จะขอบคุณยิ่ง

ที่มา :saraupdate.com

วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เช็คดวงกันดีกว่า!! ราศีที่เริ่มเข้าปีใหม่จะรวยกระฉูด แต่จะมีราศีที่ตกต่ำดิ่งลงเหว...ต้องอ่าน!! ก่อนที่จะสายเกินแก้

เช็คดวงกันดีกว่า!!  ราศีที่เริ่มเข้าปีใหม่จะรวยกระฉูด แต่จะมีราศีที่ตกต่ำดิ่งลงเหว...ต้องอ่าน!! ก่อนที่จะสายเกินแก้ 



ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วกับการออกมาจัดอันดับดวงในศักราชใหม่ ปี 2559 เช่นเคย ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสได้สัมภาษณ์หมอดูสุดฮอต ทศพร ศรีตุลา หมอดูชื่อดังที่สุดคนหนึ่งในเมืองไทย เจ้าของฉายาหมอดูจอมเก็บสถิติ มาเอ็กซ์คลูซีฟให้เกรดดวงทั้งหมด 12 ราศี เป็นฉบับออริจินอลสมบูรณ์สุดเท่าที่มีมา
โดยแบ่งเป็น เกรด A เกรด B เกรด C และเกรด D โดยปี 2560 เป็นปีที่พิเศษสุดๆ  เพราะเป็นปีที่มีราศีดวงดีขนาดได้ เกรด AAA หรือ ทริปเปิลถึง 2 ราศี ในทางกลับกัน คนที่ได้เกรด D ซึ่งเป็นดวงที่แย่ที่สุดในปี 2560 ก็มี 2 ราศีเช่นกัน  
ราศีมังกร ผู้ที่เกิดระหว่าง 15 ม.ค.-12 ก.พ. 
**เกรด C ** 
เป็นราศีที่พระราหูจะเข้าในปีนี้ แต่อย่างไรก็ดีราศีมังกรถือว่าไม่กลัวพระราหู เพราะดาวประจำราศีคุณคือดาวเสาร์ ถือเป็นดาวคู่มิตรกันในทางโหราศาสตร์ การที่ดาวราหูเข้ามาปี 60 นี้ คนที่อยากเปลี่ยนงาน-ย้ายงาน มีการเร่ิมต้นสิ่งใหม่ๆ ที่ทำแล้วเจริญก้าวหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับพระราหู อินเทอร์เน็ต นายหน้า ท่องเที่ยว เรื่องออนไลน์ หรือสิ่งที่จับต้องไม่ได้ จะส่งผลดีมากๆ
การเงิน : ราศีมังกรจะรวยขึ้นเพราะว่าโดนพระราหู เนื่องจากราหูเป็นดาวแห่งโชคลาภ เป็นดาวการเงินของราศีมังกร คนที่มีปัญหา มีความวุ่นวาย มีรายจ่ายหนักมากในปี 59 ปี 60 เป็นปีแห่งการปลดหนี้เลยทีเดียว ขอย้ำว่า ดาวราหูคือดาวแห่งการพนันเสี่ยงโชค ถ้าใครที่เจอดาวดวงนี้ อย่าเอาตัวเข้าไปสู่อบายมุข พยายามทำบุญด้วยแสงสว่างเยอะๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคค่าไฟ หรือเติมน้ำมันตะเกียง หรือว่าการทำบุญ เรื่องการศึกษา จะส่งผลดี
ความรัก : มีปัญหาเรื่องมือที่ 3 มีความวุ่นวาย ความรักที่ทำให้ทุกข์ใจเพราะว่าพระราหูคือดวงแห่งเงา จะทำให้เราตาบอดในปีนี้ได้ ซึ่งจะไปส่งผลแรงในกลางปี ทว่าช่วงต้นปีแบบนี้ ชาวราศีมังกรต้องดูแลเอาใจใส่ ถ้าเกิดอยากจะมีคู่มีแฟนในปีนี้ ก็ขอให้มีแบบเปิดเผย พยายามพาให้พ่อแม่พี่น้องรู้จักหน่อย จะได้แก้ปัญหาให้ดี
สุขภาพ : เป็นราศีที่เจ็บป่วยได้ง่าย บางโรคประจำตัว โรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกกับเข่า อาการที่เหมือนกับไปหาหมอบอกไม่เป็นไร แบบนี้เรียกว่าโรคเวรกรรม ชาวราศีมังกรก็ต้องระมัดระวังให้มากขึ้นด้วย
ราศีกุมภ์ ผู้ที่เกิดระหว่าง 13 ก.พ.-14 มี.ค.
**เกรด B**   
เป็นราศีที่ดวงดีเยอะ เนื่องเพราะในปี 59 เจอทั้งพระราหู ดวงการเงินก็มีปัญหาเมื่อปีที่แล้ว แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว ทว่าในปี 60 ดาวเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เพราะดาวราหูออกจากดวงคุณแล้ว แถมดาวการเงินก็ดีขึ้นมาก เป็นปีท่ีดีมากสำหรับราศีกุมภ์
การงาน : เป็นราศีที่มีโอกาสได้โปรโมตเลื่อนตำแหน่ง แต่อยู่เฉยๆ ก็ไม่มีใครได้เลื่อนตำแหน่ง ควรเพิ่มความขยันในการทำงาน ขวนขวายหาสิ่งใหม่ๆ ให้ตัวเองมากขึ้น บวกดวงที่ดีขึ้นจะได้เป็นปีที่ก้าวหน้าเหมือนกับก้าวกระโดด โดยดวงจะเร่ิมเปลี่ยนตั้งแต่ต้นปี ใครที่ตั้งใจในการเรียนการศึกษา ต้องไปต่างประเทศ หรืออยากลงทุนทำธุรกิจของตัวเอง ราศีกุมภ์เป็นราศีที่มีโชคในอันดับต้นๆ เลยทีเดียว
การเงิน : เป็นปีที่มีความเปลี่ยนแปลงชัดเจน เปลี่ยนในทางที่ดีขึ้น ใครที่เคยมีประเด็น  มีปัญหา ก็จะลดน้อยลง ใครที่มีหนี้สิน จะเคลียร์ได้ หรือใครบางคนที่มีโอกาสในเรื่องรายได้พิเศษเพิ่มขึ้นมา เป็นปีที่รวยเงินในปี 60 เหมือนกัน
ความรัก : เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เพียงแต่ว่าจะนิ่ง ขอให้เลยช่วงครึ่งปีหลังดีกว่า  เพราะต้นปีดาวยังผันผวน บางคนไม่มั่นใจเรื่องความรัก ผิดหวัง เสียใจ แต่ครึ่งปีหลังพระราหูออก ตัวจริงจะเข้ามา ดังนั้นใครที่เลิกกับแฟน หรือว่ามีปัญหากับแฟน อย่าเพิ่งตกใจ นั่นจะเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของชาวราศีนี้ด้วย
ข้อแนะนำ : เป็นราศีที่ดวงดี ก้าวหน้าความสำเร็จทีดี การทำบุญคงต้องหาโอกาสในการทำบุญ ปีใหม่เป็นปีที่ราศีกุมภ์จะได้เดินทางไกลมาก โอกาสในการทำบุญระหว่างการเดินทางไปเที่ยวไปต่างจังหวัด หรือการเดินทางไปต่างประเทศ ลองศึกษาเส้นทาง หรือหาทริปในการไปทำบุญด้วย เขาบอกว่าการทำบุญในที่ไกลๆ จะส่งผลให้เกิดโชคและสิ่งที่ดีตามมาด้วย
ราศีมีน ผู้ที่เกิดระหว่าง 15 มี.ค.-13 เม.ย.
**เกรด C**  
เป็นเกรดกลางๆ ดีก็เหมือนจะดี แย่ก็ไม่แย่ ครึ่งปีแรกและครึ่งปีหลัง ชีวิตค่อนข้างจะแตกต่างกันพอสมควร ครึ่งปีแรกเป็นปีที่ดี ทว่าครึ่งปีหลังพลิกไปในอีกทางหนึ่ง แต่ย้ำว่าให้ทำงานตุนในช่วงปีแรกเยอะๆ อาจจะมีสิทธิ์เลื่อนมาเป็นเกรด C+ หรือ B เลย
การงาน : เป็นราศีที่เบื่องาน เซ็งการทำงานมากในปี 59 เจอหลายๆ เรื่องผู้ใหญ่มีปัญหา ถูกกลั่นแกล้งทำให้เกิดความไม่สบายใจ แต่ปี 60 จะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องงานที่ดีขึ้น จะมีเจ้านายที่ดีขึ้นมา หรือว่าคนที่ไม่ดีจะถูกย้ายออกไป เราจะได้เร่ิมงานใหม่ หยิบจับอะไรก็จะมีความสำเร็จราบรื่บมากขึ้น โดดเด่นที่สุดคือการเร่ิมต้นธุรกิจใหม่ ถ้ามีงานประจำก็จะมีธุรกิจเล็กๆ หุ้นกับเพื่อน เร่ิมต้นขึ้นมาถือว่าเป็นเรื่องดี ทำให้ชีวิตในการทำงานนั้นมีความมั่นคงที่มากขึ้น หากใครตัดสินใจทำอาชีพอิสระ ก็สามารถทำได้ แต่ย้ำว่าครึ่งปีแรกเท่านั้นที่ดี 
การเงิน : คือเรื่องที่ทำให้คะแนนของราศีนี้น้อยลง เพราะว่าครึ่งปีหลังมีรายจ่ายหนักมาก เป็นราศีที่เจอกับรายจ่ายจรเยอะมาก หรือแม้กระทั่งรายจ่ายของครอบครัว เพราะฉะนั้นต้องฝากย้ำว่า ใครที่ไม่อยากมีปัญหา ให้เสียเงินในแบบที่เป็นประโยชน์ ก็คือการทำบุญ เคล็ดในการทำบุญต้องวางแผนในการทำบุญอยู่เสมอ ไม่ใช่ทำเฉพาะเรื่อง ปีใหม่ให้ออกไปทำบุญ จะเป็นวิธีการแก้เคล็ดในการเสียเงินของปีนี้ได้อย่างดี แล้วการทำบุญที่แนะนำ เราเป็นราศีธาตุน้ำ ดาวประจำราศีคือดาวพฤหัส ดังนั้นการทำบุญเกี่ยวกับทางน้ำ วัดที่ติดน้ำ ปล่อยสัตว์น้ำ หรือการทำบุญเกี่ยวกับโรงเรียน ศาสนา วัด จะเป็นสิ่งที่เสริมดวงได้มาก
ความรัก : มีการเปลี่ยนแปลง ความรักไม่มั่นคงต้องระวัง เพราะว่าปี 60 เป็นปีที่มีสิ่งที่มากวนใจความรักมากมาย บางคู่อาจจะถึงขั้นตัดสินใจบางอย่างไป เรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับคนสองคนด้วย ดวงเป็นเพียงคำแนะนำเท่านั้นเอง ถ้าใครที่อยากจะเร่ิมต้นครั้งใหม่ ครึ่งปีแรกเป็นช่วงเวลาที่ดี มีคู่แต่งงานหมั่นสละโสด มีเสน่ห์เนื้อหอม 
สุขภาพ : มีปัญหาเรื่องสุขภาพภายในบ้าน ในครอบครัว ญาติพี่น้องในบ้าน ปีนี้เป็นปีที่คุณต้องดูแลเอาใจใส่คนในบ้าน อย่าเอาแต่ทำงานอย่างเดียว ดูแลคนในครอบครัวด้วย ถ้ามีโอกาสไปทำบุญแบบครอบครัว นั่นเป็นสิ่งที่จะช่วยแก้เคล็ดและเสริมดวงได้เป็นอย่างดีด้วย 
ราศีเมษ ผู้ที่เกิดระหว่าง 14 เม.ย.-14 พ.ค.
**เกรด AAA**  
เป็นราศีที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมากๆ ปี 59 มีแต่เรื่องแย่ๆ มีดาวมฤตยูเข้าดวงอยู่ ในปี 60 มฤตยูเข้าอยู่ แต่ที่บอกว่าดี เพราะว่ามีดาวตัวช่วยเข้ามา อย่างที่ 2 หลายคนเร่ิมชิน มีภูมิคุ้มกัน ชาวราศีเมษในปี 59 มาได้แล้ว ปี 60 เป็นเรื่องเด็กๆ แถมเป็นปีแห่งความก้าวหน้า
การงาน : เป็นราศีที่เรื่องงานมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ตั้งแต่ ม.ค. ดวงแรงหน่อย  พ.ย.-ธ.ค.ใหม่ก็จะเร่ิมดีแล้ว ตำแหน่งใหม่ ความรับผิดชอบงานใหม่ๆ ทุกสิ่งใหม่หมด เลยเป็นสิ่งที่ดีขึ้น งานจะเร่ิมมีความก้าวหน้าดีขึ้นมาก ผู้ใหญ่เมตตา แต่ถ้าจะให้ดีแบบชัวร์ 100% ในครึ่งปีหลัง จะมีความมั่นคงในดวงมากขึ้น ช่วงปีแรกอาจจะดีสลับร้าย แต่ครึ่งปีหลังมีความก้าวหน้าในการทำงานได้อย่างแน่นอน ดังนั้นถ้าเกิดว่าใครที่อยากจะเปลี่ยน ในการเร่ิมต้นสมัครงานอย่าปล่อยให้ปีนี้ผ่านไปโดยไม่ทำอะไร
การเงิน : ดาวการเงินเร่ิมมีพลัง เพียงแต่ว่าคนดวงดีมีเรื่องในการใช้เงินเยอะ อาจจะเป็นปีที่คุณหาเงินทอง หารายได้มาเพิ่มขึ้น แต่เงินที่หาได้ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินเก็บมากขึ้นด้วย ดังนั้นการเก็บออมไม่ใช่เรื่องดวง เป็นการฝึกนิสัยของเรา ใครที่เกิดราศีเมษ วางแผนบัญชีครัวเรือน ค่าใช้จ่ายให้ดี แต่โดยพื้นฐานการเงิน การปลดหนี้จะเกิดขึ้นภายในปี 60 แบบไม่ยาก
ความรัก : เป็นราศีที่เร่ิมมีความชัดเจน ขึ้นอยู่ด้วยวัย ใครเป็นวัยรุ่นจะมีแฟน ใครเรียนจบก็จะถูกแฟนขอแต่งงาน หรือใครที่มีครอบครัวแล้ว อาจจะมีเรื่องมีลูกมีบุตร ไม่ว่าจะอยู่จังหวะไหนก็ตาม ความรักเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงที่ดี ย้ำว่าราศีนี้เป็นราศีเมษจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ดังนั้นถ้าของเดิมไม่ดี จะหายไป คุณจะมีสิ่งใหม่ที่ดีเข้ามา ดังนั้นคนที่อยู่ในรอยต่อบ่นว่าทำไมดีแล้วมีปัญหา ขอให้มั่นใจว่าอนาคตสดใสเรื่องความรักแน่นอน
สุขภาพ : แนะนำให้ทำบุญ สิ่งสำคัญอยู่ที่ศาลหลักเมือง ใครที่เกิดราศีนี้ หรือถ้ามีเวลาปีใหม่นี้มีโอกาสมาขอพรที่ศาลหลักเมือง ขอพรเทพารักษ์ประจำเมือง เพื่อให้คุ้มครองดวงชะตาของเรา ถ้าคุณมาที่ศาลหลักเมือง อยากให้คุณเดินไปขอพรกับพระแก้วมรกต  ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเราด้วย เพื่อให้ปีนี้เป็นปีที่สดใสก้าวหน้า
ราศีพฤษภ ผู้ที่เกิดระหว่าง 15 พ.ค.-14 มิ.ย.
**เกรด D บวก**  
เกรด D ในที่นี้คือต้องระวังสิ่งที่ต้องพูดก่อน เราเคยเตือนเรื่องดาวเสาร์ที่เข้ามาเป็นปีแล้ว ดาวเสาร์เป็นดาวที่วงการโหราศาสตร์ค่อนข้างกังวลใจกัน และดาวดวงนี้ก็ยังอยู่ในราศีตลอดปี 60 และจะย้ายออกในช่วงเดือนธันวาคม ต้องย้ำว่าดาวนี้ทำให้เกิดเรื่องเครียดๆ เกิดปัญหาเยอะ แต่ละคนดาวเสาร์ที่อยู่กับดวงเราเกือบ 2 ปี ทำให้เกิดปัญหาเยอะ แล้วแต่จะมีผลไม่เหมือนกัน บางคนเจอผลกระทบในปี 59 มาเรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณเจอในปี 59 ผิดหวัง ตกงาน สูญเสีย ปี 60 จะเบาลง ถ้าบอกว่าปี 59 ไม่มีอะไรเลย สบาย เบา ปี 60 ก็อยากให้ระวังให้มาก เพราะเป็นช่วงที่ดาวกำลังจะย้ายออกจากดวง สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุด
การงาน : พฤษภเป็นราศีที่มีศัตรูการทำงานเยอะ จะทำอะไรในสิ่งที่เราคาดไม่ถึงเสมอ  ดวงดาวศัตรูมีมาให้กวนใจตลอดทั้งปี ต้องระวังการทำบุญ แนะนำ 1.ควรจะทำบุญห่มผ้าพระประธานตามวัดที่อยุธยา หลวงพ่อโต 2.เวลาที่มีปัญหา คนไทยเชื่อว่าต้องขอพรจากวัดกัลยาณมิตร ถือว่าเป็นสถานที่ให้เรามีมิตรสหาย มีเพื่อนผู้เข้ามา ดังนั้นราศีพฤษภนอกจากทำบุญต้องมีการผูกมิตรด้วยการกระทำโดยวิธีการทำงานด้วย แต่ถ้าหากในปีนี้คุณได้เร่ิมงานใหม่ เช่น ย้ายงาน เปลี่ยนงาน หรือว่ามีโอกาสไปอยู่แผนกใหม่ๆ โอกาสในการมีศัตรูก็น้อยลง และคำว่าศัตรูจะกลายเป็นอุปสรรคในการทำงานแทน ไม่ได้เป็นศัตรูในรูปแบบคน
การเงิน : ดวงดาวแห่งการเงินมันตึงมือหรือเกิน เงินไม่คล่อง ทำงานเยอะ รายได้น้อย เงินจากเก็บ 100 ได้มา 50 เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับราศีนี้ ระมัดระวังรายจ่าย ใช้เท่าที่เราหาได้ เหลือเก็บเหลือออมบ้าง ที่สำคัญใครที่ชอบเสี่ยงโชค หวย หุ้น ปีนี้งดไปก่อน ไม่ใช่จังหวะของเรา
ความรัก : เร่ิมต้นชีวิตอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 59 ถ้าใครยังไม่ทัน รอปี 60 ในครึ่งปีแรกก็ได้ แต่ว่าช่วงครึ่งปีหลังเหนื่อยหน่อย พอผ่านปี 60 ไปแล้ว ดาวเสาร์จะย้ายออกจากดวงคุณ จะทำให้เกิดความสำเร็จความก้าวหน้า เคราะห์ภัยทั้งหลายก็จะออกจากชีวิตคุณไป ย้ำการทำบุญเกี่ยวกับดาวเสาร์ หาได้ในไทยรัฐออนไลน์ ให้ทำบุญเกี่ยวกับสัตว์น้ำ เพราะพระเสาร์เกี่ยวกับพญานาค เลขประจำดาวเสาร์คือ 7 กับ 10 เพื่อให้เกิดความสมดุลกับดวงชะตา และฝากให้ดูแลเรื่องสุขภาพก็เป็นเรื่องที่สำคัญ อาจจะเจ็บป่วยไม่สบาย มีเรื่องจุกจิกกวนใจ ปัญหาคงหนีไม่พ้น ดังนั้นใส่ใจในการออกกำลังกายให้มากขึ้น
ราศีเมถุน ผู้ที่เกิดระหว่าง 15 มิ.ย.-16 ก.ค.
**เกรด C บวก** 
หลายเรื่องดี แต่มีปัญหาเรื่องการเงิน การทำงาน ราศีคุณไม่เจอดาวร้ายอะไรมาก ศัตรูอุปสรรคมีบ้างเล็กน้อย และก็เน้นหนักในครึ่งปีหลังมากกว่า ครึ่งปีแรกเป็นจังหวะที่ดี ที่คุณจะมีความสำเร็จความก้าวหน้าแน่นอน อาจจะมีงานใหม่เพิ่งได้รับมอบหมายจากเจ้านาย ก็ไม่ได้เกินกำลังและความสามารถของราศีเมถุนแน่นอน
การเงิน : น่าห่วง เพราะเป็นราศีที่มีการเสียเงินเยอะมาก ถ้าให้จัดอันดับราศีที่เสียเงินมากคือราศีเมถุน ต้องระวังรายจ่ายของเราไม่เท่าไร แต่มันเป็นรายจ่ายของชาวบ้าน พี่น้อง คนใกล้ชิด โน่นนี่พังต้องต่อเติม เตรียมตัวให้พร้อม ยกเว้นว่าถ้าคุณเตรียมสร้างบ้านใหม่ ทำร้าน ออฟฟิศใหม่อยู่ในแผนอยู่ในชีวิตเรา จะเป็นการแก้เคล็ดดีที่สุด หรือการบริจาคทำบุญอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้เงินเสียไปกับโชคชะตา มันจะเป็นผลเสีย 
ความรัก : เอาตัวรอดได้ ปี 59 วุ่นวายมาก เพราะว่าดาวราหูส่งผลเรื่องความรักด้วย  แต่ปี 60 ดีขึ้น ใครที่มีปัญหาจะกลับมาคืนดี หรือใครที่แยกทางก็จะได้เร่ิมต้นความรักใหม่ที่ดีขึ้น ฝากย้ำ ต้องหมั่นบริจาคทำบุญมูลนิธิฯ โรงพยาบาล ไปสม่ำเสมอ แก้เคล็ดในเรื่องการเสียเงินด้วย
ราศีกรกฎ ผู้ที่เกิดระหว่าง 17 ก.ค.-16 ส.ค.
**เกรด D** 
กรกฎ เป็นราศีที่ราหูเข้าในปี 60 นี้ ข่าวดีก็มีอยู่ พระราหูเข้ามาตลอดกลางปี ต้นปียังอยู่ในราศีที่ดวงดีอยู่ โอกาสเรื่องการทำงาน เคลียร์ เร่ิมเปลี่ยน หรือสมัครงาน 6 เดือนแรก ลุยได้เลย จัดเต็ม ตุนไว้ให้เยอะ เอาไว้ 6 เดือนหลัง ถามว่าพระราหูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ จริงๆ ไม่น่ากลัวมาก เพียงแต่ว่า กรกฎ เป็นราศีของธาตุน้ำ เป็นคนอ่อนไหว เจอดาวยักษ์ทำให้เราสะเทือนได้ เหมือนกันหลายคนก็ปรับตัวและผ่านพ้นสถานการณ์ไปได้ด้วยดี 
การเงิน : มีโชคเข้ามา มีรายได้ แต่เป็นทุกขลาภ ได้มาแล้วก็มีเรื่องเสียออกไป ดังนั้นเมื่อได้มา วิธีแก้คือการบริจาค ทำบุญออกไป หรือทำบุญ พระราหูคือเลข 8 กับ 12 การทำบุญเกี่ยวกับพระราหู คือหลอดไฟ น้ำมันตะเกียง ค่าไฟ และสิ่งที่ดีสุดก็คือ หนังสือเรียน หนังสือสวดมนต์ เพราะว่าเป็นการให้แสงสว่างทั้งหมด ทางกายภาพและทางปัญญา
ความรัก : เป็นราศีที่มีการตัดสินใจเรื่องคู่ผิด ดังนั้นต้องใช้เวลา ใครจะมีแฟนปีนี้ ไม่ได้ห้าม แต่ดูให้ดีๆ ความรักในเชิงความแตกต่าง อายุมาก คนละเชื้อชาติศาสนา เป็นพ่อม่ายแม่ม่าย จะมีเข้ามาในปีนี้ ถ้าครอบครัวคุณไม่ได้ซีเรียสเรื่องแบบนี้ก็ไม่เป็นปัญหา 
สุขภาพ : สำคัญสุด ออกกำลังกาย พระราหูเป็นตัวแทนแห่งกีฬา ควรจะเล่นกีฬา เล่นซุมบ้า ออกกำลังลุยให้เต็มที่ เพราะเป็นการแก้เคล็ดพระราหูจะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย 
ข้อควรระวัง : คดีความการฟ้องร้อง ถูกหลอกถูกโกง มาจากพระราหูทั้งสิ้น พระราหูเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงา คุณต้องทำงานเกี่ยวกับเงา เบื้องหลังต่างประเทศ สินค้าที่เป็นเคมี พลาสติก น้ำยาทั้งหลาย หรือแม้กระทั่งการเดินทางไกลบ่อยๆ ก็แก้เคล็ดดี
ราศีสิงห์ ผู้ที่เกิดระหว่าง 17 ส.ค.-16 ก.ย.
**เกรด B** ข่าวดีจากเจรจา-ครึ่งปีหลังเงินสดใส-น้ำตานองหน้า
?เป็นราศีที่คะแนนดีขึ้น ปี 59 มีคำเตือนเยอะมาก อะไรก็สิงห์ เดี๋ยวมีสุริยคราส ราหูอมจันทร์ก็สิงห์อยู่ตลอด ที่เตือนเพราะว่าราหูอยู่ในดวงคุณ ปี 60 นี้ ราหูกำลังจะออก และจะมีข่าวดีโชคเรื่องการเจรจาค้าขาย เรื่องการติดต่อ ในอาชีพต่อไปนี้ เซลส์ นายหน้า ตัวแทน AE ซื้อมาขายไป ดวงจะดีมาก การค้าขายจะดี มีโอกาสประสบความสำเร็จ มีลูกค้ามากขึ้น เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดี
การเงิน : สิงห์เป็นดวงที่การเงินมีการติดขัด ปี 59 อาจจะหาเงินยากฝืดเคือง ปี 60 จะเป็นราศีที่พ้นเคราะห์ เป็นราศีที่เงินทองจะมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ฝากเงินจะดีมาก คือช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นโอกาสที่ดีมาก 
ความรัก : เป็นปีที่มีความชัดเจนมาก ช่วงปี 59 จะมีปัญหาเยอะ ร้อยละ 70 ที่มาปรึกษาคือเรื่องความรักของราศีสิงห์หมดเลย ตอนนี้ชัดเจน แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ราบรื่น อาจจะมีด้วยหยาดน้ำตา ใครที่เกิดราศีสิงห์ก็ขอเป็นกำลังใจให้ 
แนะนำ : คุณเป็นราศีที่มีโชคทางการเจรจาการติดต่อ การทำบุญที่เกี่ยวกับหนังสือ ตำรา เรื่องการศึกษา จะช่วยส่งเสริมโชคให้กับราศีสิงห์ได้เป็นอย่างดีด้วย
ราศีกันย์ ผู้ที่เกิดระหว่าง 17 ก.ย.-17 ต.ค.
**เกรด B** 
ดวงดีต่อเนื่องเมื่อปี 59 ที่ผ่านมา เป็นปีที่ดี ดีขึ้นในครึ่งปีหลังหรือปลายปี หลายคนว่ายังไม่ดี ฟังเรื่องดวงก็อยากให้ดูไทม์ไลน์ให้ดี ที่ได้บี เพราะว่าปี 60 อาจจะไม่เร่ิมอะไรใหม่มากนัก การทำงานโปรเจกต์การสานต่อ หรือสิ่งที่คิดเอาไว้ในปี 59 ก็ยังมีความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่หวือหวาท้าทาย แต่ก็ไม่ได้มีดวงดาวร้ายๆ เกิดขึ้น  แต่หากปี 59 ไม่ได้ทำอะไร มาเร่ิมในปี 60 ก็สามารถเร่ิมได้ ครึ่งปีแรกเป็นจังหวะที่ดี
การเงิน : ครึ่งปีแรก เป็นราศีที่รวยขึ้น จังหวะดวงดาวการเงินมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี คู่จะนำโชคมาให้ ทั้งคู่สัญญาคู่ครอง หุ้นส่วน อาจจะช่วยในเรื่องธุรกิจการเงินการติดต่อ เป็นราศีที่มีเรื่องหมุนเงินเยอะ แต่มีเงินมาให้ใช้อย่างแน่นอน
ความรัก : คู่ส่งเสริมกัน คู่ครองไม่มีปัญหา ใครที่วางแผนเอาไว้ว่าจะแต่งงาน หรือหมั้นหมาย จะมาเร่ิมในปี 60 ก็ไม่สายเกินไป อาจจะทำบ้านใหม่ ต่อเติมที่อยู่อาศัย ดาวแห่งความมั่นคงก็มีมากขึ้นด้วย
เคล็ดแนะนำ : เป็นราศีเกี่ยวกับยารักษาโรค การทำบุญด้วยชุดยาสามัญ เกี่ยวกับโรงพยาบาล จะเป็นการเสริมดวงได้เป็นอย่างดี
ราศีตุล ผู้ที่เกิดระหว่าง 18 ต.ค.-16 พ.ย.
**เกรด AAA** 
มีการเปลี่ยนแปลงเยอะสุด หมายถึงจะรวยใช่ไหม ไม่ใช่ แต่ว่าชีวิตจะดีมากกว่าปี 59 ที่ผ่านมาเยอะมาก ปี 59 เจอดาวมฤตยู ศึกหนักปัญหาในบ้านในครอบครัว แต่ปี 60 ดาวมฤตยูยังอยู่ แต่มีดาวที่ดีเกิดขึ้น กลายเป็นราศีดาวรุ่ง 12 ปี มา 1 ครั้ง ถ้าใครอยากเริ่มงาน เปิดร้านทำธุรกิจ ศึกษาต่อ เดินทางไกล โยกย้าย ลุยได้เลย จังหวะ 12 เดือนดีไป 9 เดือนเลยทีเดียว
การเงิน : มั่นคงมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่ารวยขึ้น แต่โอกาสในการหาเงินมีมากขึ้น  ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะเอาตัวเองไปหาโอกาสหรือเปล่า 
ความรัก : ดีมาก ใครที่ตั้งใจสละโสดแต่งงานหรือหมั้นหมายสำเร็จ ผิดกับปีที่แล้ว ปี 60 จะพลิกจากร้ายกลายเป็นดี ความรักลงตัวเจอคนที่ใช่ เจอเนื้อคู่ในปีนี้ สุขภาพดี อย่าประมาท จะเจอกับทางรักษาที่ดี เจอหมอ ได้ยารักษาที่ดี 
แนะนำ : เคล็ดดวงดีแบบนี้ทำบุญได้อานิสงส์ต่อคนหมู่มาก เป็นเจ้าภาพร่วมในการสร้าง เช่น โบสถ์ วิหาร โรงเรียน หรือสิ่งที่ทำแล้วเป็นสาธารณประโยชน์ เป็นเหมือนถังในการเก็บโชคของคุณให้มากยิ่งขึ้น จะได้เก็บโชคได้ตลอดทั้งปี
ราศีพิจิก ผู้ที่เกิดระหว่าง 17 พ.ย.-15 ธ.ค.
**เกรด D**
อย่าเพิ่งตกใจ เป็นราศีที่เป็นเจ้าภาพที่ดาวเสาร์เข้า ดวงดาวแห่งความหนักเครียด ซึ่งจะยังคงอยู่ตลอดว่า ปี 60 นี้ ย้ำว่าต้องระมัดระวัง งานจะหนักมาก แต่ผลตอบแทนน้อย ให้ใจเย็นๆ ช่วงเวลาที่น่าเป็นห่วงก็คือครึ่งปีหลัง ครึ่งปีแรกยังดีอยู่ แต่ครึ่งปีหลังน่ากลัว การย้ายงาน มีปัญหากับผู้ใหญ่ จะเกิดขึ้น
การเงิน : การเงินมีปัญหา มีติดขัดหนี้สิน ถูกหลอกถูกโกง และรายจ่ายจรเยอะมาก เป็นสิ่งที่ต้องระวัง ใครจะจับจ่ายเกินกำลังให้ระมัดระวัง ยกเว้นใครที่วางแผนอยู่แล้วปีนี้จะลงทุน เปิดร้าน ทำบ้านใหม่ ไม่หน้าเป็นห่วง
ความรัก : ไม่แย่มาก แต่ไม่ค่อยมีข่าวดีเท่าไร คนที่โสดยังลุ้นต่อไป คนที่มีคู่ประคับประคองดีๆ งานเครียดมาก อาจจะลามไปส่วนตัวด้วย
แนะนำ : อย่าท้อถอย ต้องมีกำลังใจและเติมกำลังบุญให้กับตัวเรา สวดมนต์เป็นการทำบุญที่ดีที่สุด ถูกที่สุด หรือมีโอกาสออกมาทำบุญ ทำสมาธิ
ราศีธนู ผู้ที่เกิดระหว่าง 16 ธ.ค.-14 ม.ค.
**เกรด C บวก** 
เกือบจะดี มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องงานเยอะ มีความวุ่นวายเรื่องการเงินมาบ้าง แต่ก็มีดวงดาวดีๆ หลายอย่างเกิดขึ้น เรียกว่า B ก็ไม่ใช่ C ก็ไม่ใช่
การงาน : เปลี่ยนหรือย้าย เป็นปีที่ไม่ค่อยนิ่งเท่าไร บางทีทำ 1-2 เดือนก็ย้าย บางคนอยู่ที่เดิม แต่เปลี่ยนเจ้านาย เปลี่ยนนโยบาย ย้ายไปมาปวดหัว เข้าสู่ครึ่งปีหลังจะดีขึ้น เจ้านายจะเมตตามากขึ้น ได้รับความช่วยเหลือ เจรจาค้าขายก็จะบรรลุไปตามเป้าหมายไปอย่างไม่ยากนัก
การเงิน : เรื่องดี มีโชคเข้ามา คุณติดอันดับราศีที่มีโชคการเงินที่ดีขึ้นในปี 60 ย้ำว่า โชคไม่ได้หมายถึงถูกหวย แต่หมายถึงงานที่ไม่คิดว่าจะได้ ก็จะมีได้รายได้พิเศษ รายได้จรก็จะเป็นข่าวดีของชาวราศีธนูเช่นเดียวกัน
ความรัก : ไม่ทันตั้งตัว บุพเพสันนิวาสจะมีจริงในปีนี้ หรือว่าจะมีการเร่ิมต้นความรักครั้งใหม่ เป็นจังหวะที่ดี ส่วนคนที่มีคู่ มีครอบครัวแล้ว ดวงดาวจะส่งผลดี ทำให้เกิดการขยับขยาย แต่งงาน มีลูก มีครอบครัวที่ลงตัวมากขึ้น
เป็นราศีที่ก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลง และก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น แต่ติดปัญหาตรงดวงดาวอาจจะไม่ลงตัวในครึ่งปีแรก สิ่งที่แนะนำควรหาโอกาสไปทำบุญ โดยเฉพาะเรื่องสังฆทาน การจัดชุดสังฆทานด้วยตัวคุณเอง เลือกมาที่ละอย่าง เลขประจำราศีธนูคือเลข 5 เลข 19 ก็ดีเป็นตัวเลขที่จะให้ผลโชคลาภให้กับตัวเอง จัดแล้วก็นำไปถวายด้วยตัวเอง เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมดวงชะตาได้เป็นอย่างดี.

ที่มา : www.clip007.com